Archives

now browsing by author

 

จะซื้อบ้านยังไงสำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องในด้านนี้

buy house

buy house

การซื้อบ้าน เป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะกับผู้ซื้อมือใหม่ ซึ่งควรพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ มองอย่างรอบด้าน มิฉะนั้นบ้านในฝันอาจกลายเป็นบ้านในฝันร้ายไปก็ได้ วันนี้เราจึงนำหลักการซื้อบ้านเบื้องต้นมาให้มือใหม่ในการซื้อบ้านทั้งหลายได้พิจารณากัน

ขนาดพื้นที่บ้าน

นอกจากเรื่องตัวบ้านแล้ว ปัจจัยอันทำให้มูลค่าตรงนั้นมีราคาพุ่งสูงมากขึ้นอีกก็คือขนาดพื้นที่ดินของบ้านหลังนั้น ถ้ายิ่งโครงการตั้งอยู่ในเขตเจริญแล้ว มันก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้การที่คุณสนใจจะซื้อบ้านสักหลัง จำเป็นต้องรู้ขนาดที่ดินของบ้านด้วย ว่ามีขนาดเท่าไหร่ โดยมีหน่วยวัดเป็นตารางวา เมื่อรู้แล้วก็นำมาคูณจำนวนพื้นที่ ผลลัพธ์จากค่าที่ดิน ก็นำมาคิดเป็นราคาบ้าน

แบบแปลนบ้าน

แบบแปลนบ้าน เป็นอีกหนึ่งเรื่องซึ่งต้องนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจ เช่น ขนาดหน้ากว้างและความลึกของตัวบ้าน, จำนวนที่จอดรถ, จำนวนห้องน้ำ, ห้องนอน, ห้องครัว รวมถึงบริเวณใช้สอยรอบบ้านอีกด้วย เพื่อบ้านหลังนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนในบ้านได้อย่างตามต้องการ

วัสดุและลักษณะโครงสร้าง

ถ้าหากคุณรู้ราคาที่ดินแล้วนำมาหักลบ กับเรื่องของแบรนด์ของโครงการ, ค่าทำเลภายในหมู่บ้าน ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่าตัวบ้านนั่นเอง คราวนี้ก็ลองมาพิจารณาดูว่าวัสดุและเทคโนโลยี ซึ่งทางโครงการใส่มาให้กับบ้านของคุณนั้นมีความคุ้มค่าไหม เช่น ระบบระบายอากาศในบ้าน, ระบบป้องกันความร้อนจากภายนอก, การใช้อิฐมวลเบา, อิฐมอญบ้าง เป็นต้น

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเรื่องสำคัญโดยคุณต้องตระหนักเป็นอันดับแรกๆ โดยคุณควรเลือกโครงการที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, กล้องวงจรปิด, การควบคุมการเข้าออกหมู่บ้านด้วยระบบคีย์การ์ด นอกจากนี้ในส่วนของ การสันทนาการต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ, สนามเด็กเล่น, ฟิตเนส มันก็จะเป็นตัวช่วยซึ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้ามามากขึ้น

ทำเล

ในส่วนของเรื่องทำเลนั้น คุณควรเลือกโครงการ อยู่ใกล้สถานที่ทำงาน หรือเส้นทางการดำรงชีวิตอันสะดวกของคุณ เช่น ใกล้ตลาดนัด, ใกล้ทางด่วน, ใกล้ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น เพราะคุณจะได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย

อนาคตหมู่บ้านหลังจากโครงการขายบ้านหมด

อย่าลืมถามพนักงาน เรื่องของการดูแลหมู่บ้านหลังจากขายบ้านหมดแล้ว เนื่องจากถ้าหากหลังจากการขายหมู่บ้านเสร็จแล้ว ปราศจากการจัดการหมู่บ้าน สภาพหมู่บ้านก็จะทรุดโทรดเร็วมาก อย่าลืมถามเรื่องการตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้าน เพื่อคอยดูแลเรื่องส่วนรวม รวมทั้งมีการเก็บค่าส่วนกลางเพื่อบริหารหมู่บ้านในอนาคตต่อไป

วิธีออมเงินเพื่อซื้อบ้านทำยังไร

money

money

เมื่อชีวิตวัยทำงานเริ่มต้น และเดินทางไปถึงจุดหนึ่ง หลายๆ คนรวมทั้งคุณก็เริ่มคิดถึงการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายๆคนบ่นว่า อยากมีบ้านแต่ยังไม่มีเงินเก็บ เนื่องจากว่าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง หรือบางครั้งก็เหลือบไปเห็นโครงการบ้านจัดสรรบางโครงการประชาสัมพันธ์ว่ากู้ได้ 100% ไม่ต้องดาวน์ เลยทำให้คิดไปว่า งั้นเราไม่ต้องมีเงินออมก็น่าจะซื้อได้ วันนี้เราจึงจะมาแก้ไขปัญหาข้องใจนั้นกัน

ก่อนซื้อบ้านต้องมีเงินออม

สิ่งแรกสุดเมื่อคุณมีความคิดที่จะซื้อบ้าน คือ ต้องถามตัวเองว่าตอนนี้มีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่แล้ว โดยผู้ซื้อควรจะมีเงินเก็บไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งตามทั่วไปก็คิดเป็น 20% ของราคาบ้านที่จะซื้อ ถึงแม้ว่าผู้ซื้อบางรายอาจมองว่าหลายโครงการ ออกมาประชาสัมพันธ์ว่ายื่นกู้ได้ 100% แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นโครงการไม่โดนใจ ในเรื่องของทำเลที่ตั้งหรือบางครั้งก็เหลือบ้านไม่มีใครเอา ทำให้ทางโครงการจึงลดราคาเพื่อส่งเสริมการขายนั่นเอง

สำหรับเงินออม 20% ของราคาบ้านนั้น จัดเป็นตัวเลขขั้นต่ำของเงิน ที่ต้องใช้ในการถือกรรมสิทธิ์ภายในบ้านที่คุณต้องการเท่านั้น และคุณยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอนอีก 2% ของราคาซื้อขาย, ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ รวมถึงค่าภาษีเงินได้, ภาษีธุรกิจเฉพาะ อีกด้วย กรณีเป็นการซื้อขายกับบุคคลธรรมดาทั่วไป ทำให้คุณอาจต้องใช้เงินเพิ่มอีกประมาณ 5% ของราคาบ้าน เพื่อใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆเหล่านี้ ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆออกมา

สรุปแล้ว คุณควรออมเงินเอาไว้ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยควรสะสมเงินให้ได้ประมาณ 25% ของราคาซื้อขายนั่นเอง ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าหากบ้านหลังนั้นซื้อขายด้วยราคา 2 ล้านบาท คุณควรมีเงินออมอยู่ประมาณ 500,000 บาท โดยอาจเป็นเงินออมที่มีอยู่แล้ว หรือเป็นเงินออมที่จะเก็บทันในวันโอนกรรมสิทธิ์บ้านก็ได้

วิธีการออมเงินให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อนำมาซื้อบ้าน

การออมเงิน เป็นเรื่องสำคัญควรฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่ยังเด็ก การออมเงินถือเป็นการเอาชนะใจตัวเอง เพราะต้องคอยอดออม ลดความอยากในเรื่องต่างๆ เก็บเงินส่วนนั้นไว้โดยไม่ใช้จ่ายออกไป โดยในวัยทำงานเมื่อคุณได้รับเงินเดือน 15,000 บาท คุณก็จะรู้สึกว่าเงินจำนวนนี้ ใช้ได้แบบเดือนชนเดือนจนแทบไม่เหลือเก็บ และยังคิดอีกว่าถ้าได้เงินเดือน 20,000 บาท ก็น่าจะเหลือเก็บบ้าง แต่ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณได้เงินเดือน 20,000 บาท แต่ก็ยังไม่เหลือเก็บอยู่ดี เพราะฉะนั้นต้องมาแก้ไขตรงทัศนคติ คือคุณจะต้องยอมเสียสละความสบายส่วนเกิน อดทน ข่มใจตัวเองในการซื้อหาสิ่งของอุปโภค บริโภคอันไม่จำเป็น เช่น ลดละเลิกอบายมุขต่างๆ เช่น งดดื่มเหล้า, งดสูบบุหรี่ รวมไปถึงเลิกบริโภคอาหารราคาแพงตามร้านหรู เช่น ดื่มกาแฟแก้วละ 100 บาท, ทานอาหารปิ้งย่างในห้างสรรพสินค้า,ลดการทานอาหารนอกบ้าน เป็นต้น

เทคนิคธนบัตร 50 บาท

ทุกครั้งที่คุณได้รับเงินทอนเป็นธนบัตรฉบับ 50 บาทก็ให้นำมาหยอดกระปุกไว้ ห้ามใช้เด็ดขาด แล้วสิ้นปีก็เอาออกมานับรับรองว่าคุณจะหายเหนื่อย

หลักพื้นฐานการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน

get-ready-buying-home

get-ready-buying-home

มีหลายคนเลยนะคะ  ที่คิดว่าถึงเวลาต้องกู้ซื้อบ้านสักที แต่ก็ไม่ทราบว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน วันนี้เราก็เลยนำหลักพื้นฐานในการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน มาฝากคุณผู้อ่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์กันค่ะ

รู้ถึงความสามารถในการกู้ของตัวเอง

สูตรการคำนวณที่จะทำให้คุณรู้ถึงความสามารถในการกู้ของตัวเอง มีดังนี้ค่ะ

รายได้ต่อเดือน  X  60 เท่าของรายได้  =  ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้

ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน X 60 = 1,500,000 ล้านบาท โดยจำนวนนี้เป็นเพียงขั้นต่ำของวงเงินที่สามารถกู้ได้ **โดยคุณปราศจากหนี้ แต่บางธนาคารอาจขยับขึ้นลงขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์พิจารณา

เก็บออมเงินดาวน์

ในระหว่างที่คุณกำลังเลือกหาซื้อบ้านอยู่นั้น ขอแนะนำว่าควรเก็บออมเงินเป็นค่าดาวน์บ้านเอาไว้ด้วย เนื่องจากธนาคารมีกฎสำคัญ คือ ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านได้สูงสุด 90% ของราคาบ้าน  สมติบ้านมีราคา 1 ล้านบาท ธนาคารจะให้กู้สูงสุด 9 แสนบาท ส่วนอีก 1 แสนบาท คือเงินสดที่เราต้องนำไปจ่ายโดยตรงให้กับโครงการ

สรุปแล้ว ถ้าเป็นโครงการจัดสรรต่างๆ จะมีโปรแกรมให้ผ่อนดาวน์เป็นรายเดือนกับโครงการ ในขณะที่โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง  ทั่วไปจะเก็บเงินดาวน์อยู่ที่ 10-20% ของราคา แต่ถ้าเป็นโครงการ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ มักวางโปรแกรมให้ผ่อน 3-6 เดือน

สร้างบัญชีธนาคารให้ดูดี

เมื่อถึงเวลายื่นกู้บ้าน ธนาคารจะขอดูบัญชี Book Bank ย้อนหลัง 6 เดือน  คุณควรให้ในช่วง 6 เดือนนี้ มีเงินคงเหลือไว้ในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และถ้าคุณมีรายได้เสริม  เช่น ขายของ  หรือได้รับเงินเป็นรายครั้ง/รายวัน ก็ควรโอนเข้าในบัญชีอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ชำระหนี้ให้ตรงเวลา

อีกข้อมูลสำคัญซึ่งธนาคารต้องตรวจสอบอีกอย่างคือ  ‘ เครดิตบูโร ’ โดยคุณจะมีประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง 2 ปี และภายใน 2 ปีนี้ ถ้าคุณมีการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาหรือติด ‘ Blacklist ’  จะถือว่าคุณเป็นผู้กู้ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้เสีย เพราะฉะนั้น ถ้ามีการกู้ซื้อสินค้า หรือชำระค่าบัตรเครดิต ก็ต้องจ่ายให้ตรงเวลาทุกครั้ง เนื่องจากการติด Blacklist อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้กู้ของคุณได้

ปิดบัญชีหนี้ก่อนยื่นกู้

ถ้าเรามีภาระหนี้ของเก่าอยู่ก็ทำให้เรามีวงเงินในการกู้บ้านลดต่ำลง เพราะฉะนั้นควรโปะเงินปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนจะยื่นกู้ซื้อบ้าน ถึงแม้จะเหลือระยะเวลาไม่มากก็ตาม เช่น ผ่อนโทรศัพท์มือถืออยู่ถึงแม้ว่าจะเหลืออีกแค่ 3 เดือน แต่ช่วงเวลายื่นกู้ ธนาคารก็ถือว่าเรามีภาระหนี้ตรงนี้อยู่

เตรียมเอกสาร เงินเดือน ใบรับรองการทำงาน หรือ รายได้พิเศษ

ข้อนี้เป็นการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้กับธนาคาร โดยส่วนต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือ หลักฐานการทำงานรวมทั้งรายได้ต่างๆ เช่น สลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงาน  แต่ข้อควรระวังคือเอกสารเหล่านี้เราต้องขอจากหน่วยงาน หรือที่ทำงาน แต่บางครั้งบางหน่วยงานออกเอกสารนี้ ค่อนข้างช้า เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้การยื่นกู้เป็นไปอย่างราบรื่น

3 สิ่งที่ควรเตรียมพร้อม ก่อนการยื่นกู้ซื้อบ้าน

ready-buying-a-home

ready-buying-a-home

สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก เพื่อเอาไว้เป็นสินทรัพย์ให้แก่ตัวเอง นอกจากจากเรื่องทำเล สไตล์บ้านที่ชอบ สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมอีกอย่างก็คือ งบประมาณในการซื้อบ้านนั่นเอง โดยทั้ง 3 สิ่งนี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนในการขอสินเชื่อได้อย่างราบรื่นมากขึ้นค่ะ

3 สิ่งที่ควรเตรียมพร้อม ก่อนการยื่นกู้ซื้อบ้าน

1.เตรียมรักษาเครดิตให้ดูสวยงาม น่าเชื่อถือ

การขอสินเชื่อ ทางธนาคารจำเป็นต้องมีการตรวจสอบสถานะสินเชื่อ รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา โดยการตรวจสอบเครดิตบูโร ย้อนหลังไป 2 ปี และใน 2 ปีนี้เขาจะดูว่าเราติด Blacklist อะไรหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เราจึงควรรักษาเครดิตไว้ให้ดี จ่ายหนี้ให้ตรงเวลาจัดการหนี้ชำระค้างๆ ต่างๆ ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นข้อจำกัดในการขอสินเชื่อได้ อีกทั้งเมื่อมีภาระหนี้เดิมอยู่ก็จะทำให้คุณมีวงเงินในการกู้บ้านลดต่ำลง เพราะฉะนั้นภาระหนี้ใด สามารถปิดบัญชีให้เรียบร้อยได้ ควรลงมือทำทันทีก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน เช่น ผ่อนโทรทัศน์ ถึงแม้ว่าจะเหลือเพียงแค่ 3 เดือน ถึงจะผ่อนหมด แต่สำหรับในช่วงเวลายื่นกู้ ธนาคารก็ถือว่าเรามีภาระหนี้อยู่

2.เตรียมเอกสาร Statement ให้พร้อม

ผู้ทำงานประจำให้ใช้สลิปเงินเดือน , หนังสือรับรองการทำงาน แต่ควรขอไว้แต่เนิ่นๆ เนื่องจากที่ทำงานบางแห่งออกเอกสารเหล่านี้ช้า ไม่ควรขอแบบกระชั้นชิดจนเกินไป และสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ก็สามารถกู้ได้ โดยให้เตรียมหลักฐานแสดง รายได้ของเงินให้มีความชัดเจน เช่น บัญชีเงินฝากมียอดเข้าอย่างสม่ำเสมอ หรือ การเดินบัญชีกระแสรายวัน เป็นต้น เพื่อเป็นหลักฐานสร้างความมั่นใจให้แก่สถาบันการเงินว่าเราสามารถชำระหนี้คืนได้

3.เก็บเงินออมให้เพียงพอ

ก่อนกู้ซื้อบ้านนั้น สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรมีเงินเพื่อสำรองในเวลาฉุกเฉินหรือ สำรองตอนเงินสภาพคล่องไว้อย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เนื่องจากเมื่อคุณกู้บ้านแล้ว แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็จะมากขึ้นด้วย และถ้าคุณมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ คุณจะได้มีเงินเก็บสำรองเอาไว้มาใช้จ่าย และไม่กระทบกับการผ่อนบ้าน นอกจากนี้ในระหว่างเลือกบ้านอยู่นั้น ควรเก็บออมเงินซึ่งเป็นค่าดาวน์บ้านเอาไว้ด้วย เพราะทางธนาคารจะ ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านได้สูงสุด 90% ของราคาบ้านเท่านั้น เช่น บ้าน 2 ล้านบาท ธนาคารจะให้กู้มากที่สุด 1,800,000 แสนบาท ส่วนอีก 200,000 บาทจะเป็นเงินสดที่เราต้องจ่ายให้กับผู้พัฒนาโครงการเอง

นี่คือ 3 สิ่งซึ่งควรเตรียมพร้อม ก่อนการยื่นกู้ซื้อบ้านนะคะ และนอกจากปัจจัย 3 สิ่งนี้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรเตรียมนั่นก็คือ เตรียมใจให้พร้อมรับมือกับภาระผ่อนบ้านที่กำลังตามมานั้นเองค่ะ

หลักการปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ว่องไวเห็นผลทันตา

buying_a_home_winder

วางแผนการเช่าตั้งแต่ก่อนซื้อ

เราสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้นถ้าคอนโดที่เราซื้ออยู่ในทำเลซึ่งมีความต้องการสูง เพราะฉะนั้นก่อนซื้อเราควรสำรวจทำเลที่เราสนใจก่อน เช่น มีคนต้องการเช่าไหม ผู้เช่าเป็นกลุ่มไหน เช่น นักศึกษา, คนวัยทำงาน, คนต่างชาติ เป็นต้น และราคาเช่าของคนโดแห่งนี้เป็นอย่างไร โดยค้นหาดูจากในเว็บไซท์ หรือเดินทางไปดูโครงการจริงๆเลยจะดีกว่า การสอบถามข้อมูลต่างๆ จากนิติบุคคลก็เป็นการหาข้อมูลอีกทางที่ได้รับข้อมูลจริงๆ

ตกแต่งห้องให้สวยงาม

การตกแต่งให้สวยงาม จะทำให้คอนโดของเรามีผู้สนใจเช่าเร็วขึ้น การมีคนเช่าเร็วขึ้นอย่างน้อย 1 เดือน จะให้เจ้าของห้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 8.3% ในปีนั้น อีกทั้งการตกแต่งห้องดูดีจะทำให้ผู้เช่าเก่าอยากต่อสัญญา หรือง่ายต่อการหาผู้เช่าใหม่ ข้อสำคัญที่หลายๆ คนลืม คือ ผู้เช่าต้องทำการมองหาหลายๆที่เพื่อหาห้องดีที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะทุกวันนี้การเปรียบเทียบเป็นเรื่องง่ายดายมากๆ เพราะมีเว็บไซท์ให้คนเช่าเข้าไปกดดูได้อย่างสบายๆ ถ้าไม่ใส่ใจการตกแต่งให้ดีระวังจะเสียใจว่าทำไมถึงไม่มีคนมาเช่าสักที

กำหนดราคาค่าเช่าให้แข่งขันได้

ในยุคนี้ Internet ทำให้ทุกอย่างเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นเจ้าของห้องต้องคิดไว้เสมอว่า ผู้เช่ามีทางเลือก  และเขาต้องการเลือกความคุ้มค่าที่สุด  ด้วยเหตุนี้เจ้าของห้องควรศึกษาค่าเช่าของห้องอื่นๆ ในโครงการเดียวกัน ว่าเขาปล่อยเท่าไหร่  ค่าเช่าเป็นอย่างไร  เท่านี้คุณก็จะได้ข้อมูลในเบื้องต้นแล้วว่า  ควรตั้งราคาค่าเช่าห้องของคุณเท่าไหร่  เพื่อให้ได้ผู้เช่าเร็วๆ

ลงรูปถ่ายสวยๆ พร้อมเก็บห้องก่อนถ่ายรูป

รูปถ่ายสวยๆ จะทำให้ห้องของเราดูโดดเด่นเวลาเอาไปลง Internet จะทำให้เรามีโอกาสได้ลูกค้าเร็วขึ้น นอกจากนี้รูปครบถ้วนทำให้ประหยัดเวลาในการนัดมาดูห้อง เจ้าของห้องบางคนชอบใช้วิธีไม่ส่งรูปให้ดู เพราะคิดว่าให้เขามาดูห้องจริงๆก่อน น่าจะมีโอกาสมากกว่า แต่จริงๆแล้ววิธีนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นควรถ่ายรูปคอนโดของคุณให้ครบถ้วนและชัดเจนดีกว่า

ฝากข้อมูลไว้กับหลายๆ ที่

ยิ่งเราฝากข้อมูลไว้กับหลายๆที่ ก็จะยิ่งทำให้เรามีโอกาสได้ลูกค้าเร็วขึ้น   บางคนให้ข้อมูลกับนิติที่เดียวหรือฝากความหวังไว้กับนายหน้าเพียงรายเดียว  ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่ นอกจากการฝากฝังไว้กับ 2 เจ้าข้างบนนี้แล้ว คุณควรนำข้อมูลห้อง พร้อมรูปภาพ ไปประกาศลงเว็บไซต์ต่างๆด้วยตัวคุณเอง ซึ่งสมัยนี้ก็มีทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชี่ยวมากมาย ที่คุณสามารถนำข้อมูลไปลงได้อย่างฟรีๆ

การฉ้อโกงภายในธนาคารและกลโกงพนักงานแบงก์

Fraud_in_Bank

ธนาคารแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ซื่อตรงกับลูกค้ามากที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับของที่บาดตาบาดใจมนุษย์ที่สุดอย่างเงิน แต่จากข่าวที่ออกมาในปีนี้นั่นทำให้เรากลับมาคิดกันอีกทีว่า เราเองในฐานะผู้ใช้บริการธนาคารก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดีเหมือนกันไม่งั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อกลโกงธนาคารได้แบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน

การสอดไส้บัตรเอทีเอ็ม & ประกันภัย

อย่างแรกจะเรียกว่าโกง ก็คงไม่เต็มปากนัก ใช้คำว่าพูดไม่จริงจะดีกว่า นั่นคือการเร่งขายยอดบัตรเอทีเอ็มที่มีประกันอุบัติเหตุไว้ด้วย เคสแบบนี้ก็คือ เวลาเราไปเปิดบัญชีธนาคารพนักงานที่รับเปิดบัญชี หากดูประวัติแล้วพอใช้ได้ก็จะมีการออกมุขมาว่า บัตรเอทีเอ็มธรรมดาหมด หรือกว่าจะมาก็อีกนาน เหลือแต่แบบบัตรพิเศษที่มีประกันภัย เราเองถ้าจวนตัวก็ปฏิเสธไม่ได้ คิดว่าแค่ไม่กี่ร้อยเอง แต่ไม่กี่ร้อยนี่แหละเอาสักร้อยคนนี่ก็ค่าคอมมิสชั่นอิ่มเลยนะ ดีหน่อยทีเดี๋ยวนี้แต่ละสาขาโดนลูกค้าร้องเรียนไปเยอะก็เลยเพลาๆลงไปบ้างแล้ว

เศษเงินที่หายไป

ถามว่าเราอัพเดตสมุดบัญชีครั้งสุดท้ายตอนไหน หลายคนอาจจะคิดว่าน่าจะนานจนจำไม่ได้แล้วมั้ง ทีนี้พอไปอัพทีหนึ่งบางธนาคารก็จะใช้วิธีการรวมยอดไปเลยว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามียอดเงินเข้าเท่าไร ยอดเงินออกเท่าไร ทีนี้ถามว่าเราไปเช็คจริงๆไหมว่าตรงหรือเปล่า บอกเลยว่าหายากนะที่จะเช็ค ทีนี้หากมีเงินสักนิดหนึ่งที่หายไปล่ะ เราจะรู้ไหม บอกเลยว่าไม่รู้หรอก เอาแค่บัญชีละห้าสิบบาทก็ได้ แต่ถ้าหากมีการขโมยเศษเงินอย่างนี้สักร้อยบัญชีล่ะ ก็เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกันนะ อย่าลืมว่าธนาคารเค้าเห็นบัญชีเราหมดนั่นแหละว่าใครเป็นยังไง

ฝากเงินไม่ตรงบัญชี

กรณีต่อไปขอหยิบเรื่องที่เป็นข่าวออกมาก็แล้วกัน นั่นคือการฝากเงินแล้วไม่ตรงกับบัญชีที่เกิดขึ้น เช่น ฝากไป 50,000 บาท แต่เข้าระบบจริงๆเพียงแค่ 45,000 บาท อย่างนี้เป็นต้น บางคนเปิดดูก็ดีเป็นการตรวจสอบ แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ไปฝากเองเป็นการฝากคนอื่นไป เค้าก็ไม่ได้ดูข้อมูลเราแน่นอน (นัยว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เปิดดู) พอส่งสมุดคืนให้บางคนก็ไม่เปิดดูเนื่องจากเห็นว่าทำแล้วก็แล้วกัน นั่นแหละเลยเป็นช่องทางของเค้า อย่าลืมว่าพนักงานธนาคารเค้ารู้นะว่า ใครมาฝากเงินแบบไหน

สินเชื่อสอดไส้

อีกฝ่ายหนึ่งที่อาจจะมีกลโกลซ่อนอยู่ นั่นคือกลุ่มสินเชื่อต่างๆ กลุ่มนี้อย่าลืมว่าเค้าอยู่กับความต้องการของคนที่ต้องการเงินมากๆ คนที่เป็นแบบนี้เค้าอาจจะทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อให้ได้เงินมาต่อทุนในการทำธุรกิจ อย่างหนึ่งที่ทำกันเป็นเรื่องของการตกแต่งสินเชื่อให้เกินจริงอย่างเช่น ราคาประเมิน 3 ล้าน พนักงานไปดูหน้างานแล้วบอก 4 ล้าน ธนาคารเลยอนุมัติที่ 4 ล้าน พอได้เงินแล้วลูกค้าก็มาคืนให้ 5 แสนอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน

การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตที่เราควรรู้

online_money_fraud

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โลกอินเตอร์เน็ต โลกสังคมโซเชียลเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์ในยุคปัจจุบันเหลือเกิน บางคนถึงกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว หากขาดอินเตอร์เน็ตไป ยิ่งอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้น ขยายวงกว้างไปมากขึ้นก็ไม่แปลกที่จะเต็มไปด้วยคนดีและไม่ดีปะปนกันไป คนดีก็ดีไปส่วนคนไม่ดีเราเองก็ต้องตามให้ทัน อย่างเช่นการฉ้อโกงต่างๆ ที่เดี๋ยวนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้วมาอัพเดตกัน

การซื้อขายสินค้า

การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตที่มีมานานมากตั้งแต่ยุคของร้านค้าออนไลน์เข้ามาใหม่ๆ เลย นั่นคือการฉ้อโกงในการซื้อขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ(สินค้า) จ่ายเงินไปแล้วไม่ได้สินค้าตามที่ต้องการ(สินค้าผิดประเภท ผิดแบบ ผิดไซส์) ซึ่งเรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่คนเจอเยอะมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเราไปทำการซื้อขายกันเองโดยไม่หน่วยงานของรัฐมาตรวจสอบทั้งคนซื้อและคนขาย(ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี) อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคนที่โดนโกงไม่อยากเสียเวลาในการติดตาม(หากจะตามจับกันจริงๆ บางครั้งเสียเงินมากกว่าเงินที่โดนโกงไปอีก)

นอกจากนั้นแล้วการฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตมักจะเกี่ยวกับสินค้าก็เพราะว่ามีบางกรณีเหมือนกันที่สั่งซื้อสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตมาขายในบ้านเรา เช่น สื่อลามก, อาวุธ, ยาเสพติด เป็นต้น นั่นทำให้หากไปฟ้องตำรวจเราอาจจะโดนจับก่อนได้ฐานะครอบครองสิ่งผิดกฏหมายนั่นเลยทำให้พวกนี้ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ เราขอแนะนำว่าหากจะซื้อขายกันจริงๆควรซื้อขายกับร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียงจะดีกว่า เดี๋ยวนี้มีเยอะแม้จะแพงกว่าที่ซื้อขายกันเองนิดหน่อยแต่ถ้าแลกกับความสบายใจ ขนส่งดี เร็วไม่แตกหักเสียหายก็คุ้มอยู่นะ

การปลอมแปลงตัวบุคคล

มุขการฉ้อโกงต่อมาเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเลย นั่นคือการ ปลอมแปลงตัวบุคคลใกล้ตัวเพื่อเข้าไปขอเงิน หรือ ขอข้อมูลบางอย่าง เช่นการปลอมแปลงเฟสบุ๊คไอดี จากนั้นก็เข้าไปทักแชท(สนทนา)กับเพื่อนในเฟส แล้วก็ทำการขอยืมเงินเพื่อเอามาใช้จ่ายด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเหยื่อเห็นว่าเป็นใครในเฟสบุ๊คก็ให้ไป โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยว่ายื่นเงินให้โจรแล้ว พอถึงคราวจะทวงกันถึงได้รู้ว่าโดนหลอก

การหลอกเข้าร่วมลงทุน

อีกแบบหนึ่งที่มีเยอะจนหน่วยงานของรัฐออกมาปรามเลยเงียบไปแล้ว นั่นคือการฉ้อโกงลักษณะชวนร่วมลงทุนไม่ว่าจะเป็นกองทุนนั่นนี่ กองทุนทอง ด้วยผลตอบแทนสูงจนผิดปกติ(ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปีเป็นต้น) ทีนี้คนเราเมื่อโดนความโลภเข้าครอบงำก็โอนเงินไป สุดท้ายเข้ามือโจร มารู้ตัวอีกทีก็สูญเงินไปแล้ว เคสเหล่านี้ทำให้การจะทำธุรกรรมออนไลน์อะไรต้องเช็กกันให้ดีจะได้ไม่พลาด

ระวังกลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์

banks_online_fraud

ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จากที่เรามีบัตรเอทีเอ็มที่เอาไว้กดเงินสดออกจากตู้ หรือมีบัตรเดบิต บัตรเครดิตสำหรับซื้อสินค้าและบริการแล้ว เราได้พัฒนาไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเตอร์เนตไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์แล้ว แต่ความสะดวกสบายนี่แหละเป็นช่องทางให้เกิดกลโกงอีกรูปแบบหนึ่งที่เราต้องระวัง

กลโกลจากการติดตั้งมัลแวร์

กลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์แบบแรกเป็นเรื่องของการหลอกล่อให้ติดตั้งมัลแวร์ ในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเกม คลิปวิดีโอ โปรแกรม หรืออีกมากมาย เมื่อเราหลงไปกดติดตั้ง (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็กดไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้) ทีนี้แหละการติดตั้งก็เหมือนกับเป็นการให้เค้ามาตั้งฐานทัพในการล้วงลับข้อมูลสำคัญของการทำธุรกรรมการเงินไม่ว่าจะเป็นชื่อ รหัสผ่าน หรือแม้แต่รหัส OTP ทีนี้ เราก็จะโดนล้วงข้อมูลเหล่านี้ไปโอนเงินได้อย่างสบายใจ รู้ตัวอีกทีก็มี SMS เข้ามาว่าเราถอนเงินออกไปหมดแล้ว (แถมตามไม่ได้ด้วยนะเงินแบบนี้) ทางแก้ที่เราขอแนะนำคือ อย่าโหลดโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นที่เราไม่แน่ใจโดยเด็ดขาด และเลือกใช้โปรแกรม แอพพลิเคชั่นที่มีความนิยมแล้วในระดับหนึ่งจะดีกว่า

กลโกงจากเว็บไซต์ปลอม

การสร้างเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ต้องบอกว่าทำได้ง่ายมาก ความง่ายเหล่านี้เองทำให้เป็นช่องโหว่ของเหล่ามิจฉาชีพที่จะสร้างเลียนแบบเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาแบบที่เราไม่รู้ตัว อย่างเช่น หากเราจะเข้าไปซื้อสินค้าในร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง บางครั้งเราก็ไม่ได้ทำเป็นลิงค์ประจำไว้ ก็กดชื่อร้านไปที่ช่องค้นหาในกูเกิ้ล พอเห็น URL ขึ้นมาก็กดเลย ไม่ได้ดูให้ถ้วนถี่เนื่องจากคาดไม่ถึงว่าจะเป็นเว็บไซต์ปลอม พอเข้าไปกรอกข้อมูลก็เรียบร้อยเสร็จพวกมิจฉาชีพเลย ยังไม่นับรวมถึง อีเมล์ปลอมที่ส่งมาหาเราอีกด้วย พวกนี้ทำได้เนียนมากทั้งชื่อ เนื้อหา เหมือนจนแยกออกได้ยากมาก แนะนำว่าหากไปซื้อของร้านไหนเป็นประจำควรกดให้เซฟลิงค์นั้นไว้เลยดีกว่า จะได้ไม่โดนหลอก

กลโกงจาก SMS

กลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์แบบต่อไป อาจจะดูว่าเป็นเรื่องพื้นฐานแต่เชื่อเหอะว่ามีคนโดนโกงอย่างนี้จริงๆ นั่นคือกลโกงจาก SMS โดยการสุ่มข้อความ SMS ไปหาเหยื่อให้เหยื่อโทรกลับ หรือ ตอบกลับ ทีนี้เมื่อตอบกลับจะเป็นการตอบรับเพื่อซื้อบริการต่างๆ เช่นพวกข่าว ดารา และอีกมากมาย แน่นอนว่ากว่าลูกค้าจะรู้ตัวก็เสียเงินไปตามระเบียบ หรือบางครั้งก็จะต่อยอดมาเป็นการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงเงินเหมือนพวกแก็งค์คอลเซนเตอร์อีก จะเห็นว่าความสะดวกสบายบางทีก็เป็นโทษได้เหมือนกัน ดังนั้นจะใช้ธนาคารออนไลน์ เช็คก่อนด้วยนะว่า ปลอดภัยหรือเปล่า

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

risk_management_winder

การลงทุนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนวัยทำงาน วัยหนุ่มสาวเริ่มหันกลับมาสนใจกันมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าความต้องการเงินมีมากขึ้น นั่นทำให้การลงทุนในรูปแบบต่างๆเป็นที่นิยมกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น การซื้อประกัน การซื้อกองทุน การเล่นหุ้น ทองคำ และอีกมากมาย แต่หากเราไม่รู้จักความเสี่ยง อย่าคิดที่จะลงทุน

ความเสี่ยงคืออะไร

ความเสี่ยงคืออะไร ความหมายนี้หากจะนิยามก็คงมีหลากหลายมาก แต่เราขอนิยามคำนี้แบบสั้นๆว่า ความไม่แน่นอน ซึ่งความไม่แน่นอนตรงนี้แหละที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมและจัดการสถานการณ์อย่างถูกต้องถูกเวลามากที่สุด บางครั้งความเสี่ยงก็นำไปสู่ด้านบวก หรือด้านลบได้เหมือนกันซึ่งทุกความเสี่ยงส่งผลต่อการลงทุนทุกรูปแบบมากน้อยแตกต่างกันไป ว่าแต่มีความเสี่ยงในรูปแบบใดบ้าง

ความเสี่ยงจากการเมือง

ความเสี่ยงอย่างแรก เราขอยกให้กับสถานการณ์การเมืองที่ต้องบอกว่า ช่วงที่การเมืองไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้การลงทุนเกิดการหวั่นวิตกได้เหมือนกัน หากเราสังเกตุให้ดีประเทศไหนที่การเมืองนิ่งมากๆจะทำให้เศรษฐกิจดีไปด้วย เนื่องจากมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การเมืองเปลี่ยนบ่อยทำให้นักลงทุนไม่ไว้ใจสถานการณ์ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่นั่นเอง

ความเสี่ยงจากกฏหมาย

ความเสี่ยงตัวต่อไป เป็นสิ่งเราไม่สามารถควบคุมได้เลย นั่นคือเรื่องของกฏหมาย ที่บางครั้งมีการออกกฏหมายใหม่ หรือ ปรับปรุงข้อกฏหมายเดิม ก็ส่งผลต่อการลงทุนด้วยเหมือนกัน บางครั้งก็อาจจะทำให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น เป็นบวกแบบยาวๆ หรือบางครั้งก็ส่งผลให้เกิดการชะงักงันได้เหมือนกัน หากยังจำกันได้จากการถามทางเรื่องการเก็บภาษีคนขายของออนไลน์ ก็เล่นเอาสะดุ้งกันไปทั้งบางเลยทีเดียว

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ในประเทศ

สถานการณ์ในประเทศ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงที่เราอาจจะต้องเผชิญแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างเช่น ภัยธรรมชาติ หรือ การก่อการร้าย ที่แม้ว่าเราจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ว่ามองในแง่การลงทุนแล้วอาจจะเกิดผลลบได้แบบแดงทั้งกระดานหุ้น หรือ ราคาทองคำดิ่งลงแบบน่าตกใจเลยก็เคยมีเหมือนกัน นั่นทำให้เราหากคิดจะเป็นนักลงทุนแล้ว การติดตามข่าวสารอย่างแม่นยำ รวดเร็ว เพื่อประมวลผลในการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างประเทศ

วลีที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว น่าจะเหมาะที่สุด ความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างประเทศก็เป็นอย่างนั้น อย่างเช่น กรณี Brexit, กรณีแคว้นคาตาลันขอแยกตัว , การเปลี่ยนตัวหัวหน้าธนาคารกลางสหรัฐ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่มีผลต่อการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ซึ่งเราเองในฐานะนักลงทุนความเสี่ยงจากเรื่องเหล่านี้ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าจะทำอย่างไรจึงจะเอาตัวรอดในตลาดทุนไปได้

ข้อดีของการมีนายหน้าขายบ้าน

agent-sell-home-for-you