Tips

now browsing by category

 

หลักพื้นฐานการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน

get-ready-buying-home

get-ready-buying-home

มีหลายคนเลยนะคะ  ที่คิดว่าถึงเวลาต้องกู้ซื้อบ้านสักที แต่ก็ไม่ทราบว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน วันนี้เราก็เลยนำหลักพื้นฐานในการเตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน มาฝากคุณผู้อ่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์กันค่ะ

รู้ถึงความสามารถในการกู้ของตัวเอง

สูตรการคำนวณที่จะทำให้คุณรู้ถึงความสามารถในการกู้ของตัวเอง มีดังนี้ค่ะ

รายได้ต่อเดือน  X  60 เท่าของรายได้  =  ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้

ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน X 60 = 1,500,000 ล้านบาท โดยจำนวนนี้เป็นเพียงขั้นต่ำของวงเงินที่สามารถกู้ได้ **โดยคุณปราศจากหนี้ แต่บางธนาคารอาจขยับขึ้นลงขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์พิจารณา

เก็บออมเงินดาวน์

ในระหว่างที่คุณกำลังเลือกหาซื้อบ้านอยู่นั้น ขอแนะนำว่าควรเก็บออมเงินเป็นค่าดาวน์บ้านเอาไว้ด้วย เนื่องจากธนาคารมีกฎสำคัญ คือ ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านได้สูงสุด 90% ของราคาบ้าน  สมติบ้านมีราคา 1 ล้านบาท ธนาคารจะให้กู้สูงสุด 9 แสนบาท ส่วนอีก 1 แสนบาท คือเงินสดที่เราต้องนำไปจ่ายโดยตรงให้กับโครงการ

สรุปแล้ว ถ้าเป็นโครงการจัดสรรต่างๆ จะมีโปรแกรมให้ผ่อนดาวน์เป็นรายเดือนกับโครงการ ในขณะที่โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง  ทั่วไปจะเก็บเงินดาวน์อยู่ที่ 10-20% ของราคา แต่ถ้าเป็นโครงการ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ มักวางโปรแกรมให้ผ่อน 3-6 เดือน

สร้างบัญชีธนาคารให้ดูดี

เมื่อถึงเวลายื่นกู้บ้าน ธนาคารจะขอดูบัญชี Book Bank ย้อนหลัง 6 เดือน  คุณควรให้ในช่วง 6 เดือนนี้ มีเงินคงเหลือไว้ในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และถ้าคุณมีรายได้เสริม  เช่น ขายของ  หรือได้รับเงินเป็นรายครั้ง/รายวัน ก็ควรโอนเข้าในบัญชีอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ชำระหนี้ให้ตรงเวลา

อีกข้อมูลสำคัญซึ่งธนาคารต้องตรวจสอบอีกอย่างคือ  ‘ เครดิตบูโร ’ โดยคุณจะมีประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง 2 ปี และภายใน 2 ปีนี้ ถ้าคุณมีการชำระหนี้ไม่ตรงเวลาหรือติด ‘ Blacklist ’  จะถือว่าคุณเป็นผู้กู้ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้เสีย เพราะฉะนั้น ถ้ามีการกู้ซื้อสินค้า หรือชำระค่าบัตรเครดิต ก็ต้องจ่ายให้ตรงเวลาทุกครั้ง เนื่องจากการติด Blacklist อาจทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้กู้ของคุณได้

ปิดบัญชีหนี้ก่อนยื่นกู้

ถ้าเรามีภาระหนี้ของเก่าอยู่ก็ทำให้เรามีวงเงินในการกู้บ้านลดต่ำลง เพราะฉะนั้นควรโปะเงินปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนจะยื่นกู้ซื้อบ้าน ถึงแม้จะเหลือระยะเวลาไม่มากก็ตาม เช่น ผ่อนโทรศัพท์มือถืออยู่ถึงแม้ว่าจะเหลืออีกแค่ 3 เดือน แต่ช่วงเวลายื่นกู้ ธนาคารก็ถือว่าเรามีภาระหนี้ตรงนี้อยู่

เตรียมเอกสาร เงินเดือน ใบรับรองการทำงาน หรือ รายได้พิเศษ

ข้อนี้เป็นการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้กับธนาคาร โดยส่วนต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือ หลักฐานการทำงานรวมทั้งรายได้ต่างๆ เช่น สลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงาน  แต่ข้อควรระวังคือเอกสารเหล่านี้เราต้องขอจากหน่วยงาน หรือที่ทำงาน แต่บางครั้งบางหน่วยงานออกเอกสารนี้ ค่อนข้างช้า เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้การยื่นกู้เป็นไปอย่างราบรื่น

หลักการปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ว่องไวเห็นผลทันตา

buying_a_home_winder

วางแผนการเช่าตั้งแต่ก่อนซื้อ

เราสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้นถ้าคอนโดที่เราซื้ออยู่ในทำเลซึ่งมีความต้องการสูง เพราะฉะนั้นก่อนซื้อเราควรสำรวจทำเลที่เราสนใจก่อน เช่น มีคนต้องการเช่าไหม ผู้เช่าเป็นกลุ่มไหน เช่น นักศึกษา, คนวัยทำงาน, คนต่างชาติ เป็นต้น และราคาเช่าของคนโดแห่งนี้เป็นอย่างไร โดยค้นหาดูจากในเว็บไซท์ หรือเดินทางไปดูโครงการจริงๆเลยจะดีกว่า การสอบถามข้อมูลต่างๆ จากนิติบุคคลก็เป็นการหาข้อมูลอีกทางที่ได้รับข้อมูลจริงๆ

ตกแต่งห้องให้สวยงาม

การตกแต่งให้สวยงาม จะทำให้คอนโดของเรามีผู้สนใจเช่าเร็วขึ้น การมีคนเช่าเร็วขึ้นอย่างน้อย 1 เดือน จะให้เจ้าของห้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 8.3% ในปีนั้น อีกทั้งการตกแต่งห้องดูดีจะทำให้ผู้เช่าเก่าอยากต่อสัญญา หรือง่ายต่อการหาผู้เช่าใหม่ ข้อสำคัญที่หลายๆ คนลืม คือ ผู้เช่าต้องทำการมองหาหลายๆที่เพื่อหาห้องดีที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะทุกวันนี้การเปรียบเทียบเป็นเรื่องง่ายดายมากๆ เพราะมีเว็บไซท์ให้คนเช่าเข้าไปกดดูได้อย่างสบายๆ ถ้าไม่ใส่ใจการตกแต่งให้ดีระวังจะเสียใจว่าทำไมถึงไม่มีคนมาเช่าสักที

กำหนดราคาค่าเช่าให้แข่งขันได้

ในยุคนี้ Internet ทำให้ทุกอย่างเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นเจ้าของห้องต้องคิดไว้เสมอว่า ผู้เช่ามีทางเลือก  และเขาต้องการเลือกความคุ้มค่าที่สุด  ด้วยเหตุนี้เจ้าของห้องควรศึกษาค่าเช่าของห้องอื่นๆ ในโครงการเดียวกัน ว่าเขาปล่อยเท่าไหร่  ค่าเช่าเป็นอย่างไร  เท่านี้คุณก็จะได้ข้อมูลในเบื้องต้นแล้วว่า  ควรตั้งราคาค่าเช่าห้องของคุณเท่าไหร่  เพื่อให้ได้ผู้เช่าเร็วๆ

ลงรูปถ่ายสวยๆ พร้อมเก็บห้องก่อนถ่ายรูป

รูปถ่ายสวยๆ จะทำให้ห้องของเราดูโดดเด่นเวลาเอาไปลง Internet จะทำให้เรามีโอกาสได้ลูกค้าเร็วขึ้น นอกจากนี้รูปครบถ้วนทำให้ประหยัดเวลาในการนัดมาดูห้อง เจ้าของห้องบางคนชอบใช้วิธีไม่ส่งรูปให้ดู เพราะคิดว่าให้เขามาดูห้องจริงๆก่อน น่าจะมีโอกาสมากกว่า แต่จริงๆแล้ววิธีนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นควรถ่ายรูปคอนโดของคุณให้ครบถ้วนและชัดเจนดีกว่า

ฝากข้อมูลไว้กับหลายๆ ที่

ยิ่งเราฝากข้อมูลไว้กับหลายๆที่ ก็จะยิ่งทำให้เรามีโอกาสได้ลูกค้าเร็วขึ้น   บางคนให้ข้อมูลกับนิติที่เดียวหรือฝากความหวังไว้กับนายหน้าเพียงรายเดียว  ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่ นอกจากการฝากฝังไว้กับ 2 เจ้าข้างบนนี้แล้ว คุณควรนำข้อมูลห้อง พร้อมรูปภาพ ไปประกาศลงเว็บไซต์ต่างๆด้วยตัวคุณเอง ซึ่งสมัยนี้ก็มีทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชี่ยวมากมาย ที่คุณสามารถนำข้อมูลไปลงได้อย่างฟรีๆ

การฉ้อโกงภายในธนาคารและกลโกงพนักงานแบงก์

Fraud_in_Bank

ธนาคารแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ซื่อตรงกับลูกค้ามากที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับของที่บาดตาบาดใจมนุษย์ที่สุดอย่างเงิน แต่จากข่าวที่ออกมาในปีนี้นั่นทำให้เรากลับมาคิดกันอีกทีว่า เราเองในฐานะผู้ใช้บริการธนาคารก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดีเหมือนกันไม่งั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อกลโกงธนาคารได้แบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน

การสอดไส้บัตรเอทีเอ็ม & ประกันภัย

อย่างแรกจะเรียกว่าโกง ก็คงไม่เต็มปากนัก ใช้คำว่าพูดไม่จริงจะดีกว่า นั่นคือการเร่งขายยอดบัตรเอทีเอ็มที่มีประกันอุบัติเหตุไว้ด้วย เคสแบบนี้ก็คือ เวลาเราไปเปิดบัญชีธนาคารพนักงานที่รับเปิดบัญชี หากดูประวัติแล้วพอใช้ได้ก็จะมีการออกมุขมาว่า บัตรเอทีเอ็มธรรมดาหมด หรือกว่าจะมาก็อีกนาน เหลือแต่แบบบัตรพิเศษที่มีประกันภัย เราเองถ้าจวนตัวก็ปฏิเสธไม่ได้ คิดว่าแค่ไม่กี่ร้อยเอง แต่ไม่กี่ร้อยนี่แหละเอาสักร้อยคนนี่ก็ค่าคอมมิสชั่นอิ่มเลยนะ ดีหน่อยทีเดี๋ยวนี้แต่ละสาขาโดนลูกค้าร้องเรียนไปเยอะก็เลยเพลาๆลงไปบ้างแล้ว

เศษเงินที่หายไป

ถามว่าเราอัพเดตสมุดบัญชีครั้งสุดท้ายตอนไหน หลายคนอาจจะคิดว่าน่าจะนานจนจำไม่ได้แล้วมั้ง ทีนี้พอไปอัพทีหนึ่งบางธนาคารก็จะใช้วิธีการรวมยอดไปเลยว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามียอดเงินเข้าเท่าไร ยอดเงินออกเท่าไร ทีนี้ถามว่าเราไปเช็คจริงๆไหมว่าตรงหรือเปล่า บอกเลยว่าหายากนะที่จะเช็ค ทีนี้หากมีเงินสักนิดหนึ่งที่หายไปล่ะ เราจะรู้ไหม บอกเลยว่าไม่รู้หรอก เอาแค่บัญชีละห้าสิบบาทก็ได้ แต่ถ้าหากมีการขโมยเศษเงินอย่างนี้สักร้อยบัญชีล่ะ ก็เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกันนะ อย่าลืมว่าธนาคารเค้าเห็นบัญชีเราหมดนั่นแหละว่าใครเป็นยังไง

ฝากเงินไม่ตรงบัญชี

กรณีต่อไปขอหยิบเรื่องที่เป็นข่าวออกมาก็แล้วกัน นั่นคือการฝากเงินแล้วไม่ตรงกับบัญชีที่เกิดขึ้น เช่น ฝากไป 50,000 บาท แต่เข้าระบบจริงๆเพียงแค่ 45,000 บาท อย่างนี้เป็นต้น บางคนเปิดดูก็ดีเป็นการตรวจสอบ แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ไปฝากเองเป็นการฝากคนอื่นไป เค้าก็ไม่ได้ดูข้อมูลเราแน่นอน (นัยว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เปิดดู) พอส่งสมุดคืนให้บางคนก็ไม่เปิดดูเนื่องจากเห็นว่าทำแล้วก็แล้วกัน นั่นแหละเลยเป็นช่องทางของเค้า อย่าลืมว่าพนักงานธนาคารเค้ารู้นะว่า ใครมาฝากเงินแบบไหน

สินเชื่อสอดไส้

อีกฝ่ายหนึ่งที่อาจจะมีกลโกลซ่อนอยู่ นั่นคือกลุ่มสินเชื่อต่างๆ กลุ่มนี้อย่าลืมว่าเค้าอยู่กับความต้องการของคนที่ต้องการเงินมากๆ คนที่เป็นแบบนี้เค้าอาจจะทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อให้ได้เงินมาต่อทุนในการทำธุรกิจ อย่างหนึ่งที่ทำกันเป็นเรื่องของการตกแต่งสินเชื่อให้เกินจริงอย่างเช่น ราคาประเมิน 3 ล้าน พนักงานไปดูหน้างานแล้วบอก 4 ล้าน ธนาคารเลยอนุมัติที่ 4 ล้าน พอได้เงินแล้วลูกค้าก็มาคืนให้ 5 แสนอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน

การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตที่เราควรรู้

online_money_fraud

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โลกอินเตอร์เน็ต โลกสังคมโซเชียลเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์ในยุคปัจจุบันเหลือเกิน บางคนถึงกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว หากขาดอินเตอร์เน็ตไป ยิ่งอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้น ขยายวงกว้างไปมากขึ้นก็ไม่แปลกที่จะเต็มไปด้วยคนดีและไม่ดีปะปนกันไป คนดีก็ดีไปส่วนคนไม่ดีเราเองก็ต้องตามให้ทัน อย่างเช่นการฉ้อโกงต่างๆ ที่เดี๋ยวนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้วมาอัพเดตกัน

การซื้อขายสินค้า

การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตที่มีมานานมากตั้งแต่ยุคของร้านค้าออนไลน์เข้ามาใหม่ๆ เลย นั่นคือการฉ้อโกงในการซื้อขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ(สินค้า) จ่ายเงินไปแล้วไม่ได้สินค้าตามที่ต้องการ(สินค้าผิดประเภท ผิดแบบ ผิดไซส์) ซึ่งเรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่คนเจอเยอะมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเราไปทำการซื้อขายกันเองโดยไม่หน่วยงานของรัฐมาตรวจสอบทั้งคนซื้อและคนขาย(ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี) อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคนที่โดนโกงไม่อยากเสียเวลาในการติดตาม(หากจะตามจับกันจริงๆ บางครั้งเสียเงินมากกว่าเงินที่โดนโกงไปอีก)

นอกจากนั้นแล้วการฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ตมักจะเกี่ยวกับสินค้าก็เพราะว่ามีบางกรณีเหมือนกันที่สั่งซื้อสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตมาขายในบ้านเรา เช่น สื่อลามก, อาวุธ, ยาเสพติด เป็นต้น นั่นทำให้หากไปฟ้องตำรวจเราอาจจะโดนจับก่อนได้ฐานะครอบครองสิ่งผิดกฏหมายนั่นเลยทำให้พวกนี้ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ เราขอแนะนำว่าหากจะซื้อขายกันจริงๆควรซื้อขายกับร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียงจะดีกว่า เดี๋ยวนี้มีเยอะแม้จะแพงกว่าที่ซื้อขายกันเองนิดหน่อยแต่ถ้าแลกกับความสบายใจ ขนส่งดี เร็วไม่แตกหักเสียหายก็คุ้มอยู่นะ

การปลอมแปลงตัวบุคคล

มุขการฉ้อโกงต่อมาเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเลย นั่นคือการ ปลอมแปลงตัวบุคคลใกล้ตัวเพื่อเข้าไปขอเงิน หรือ ขอข้อมูลบางอย่าง เช่นการปลอมแปลงเฟสบุ๊คไอดี จากนั้นก็เข้าไปทักแชท(สนทนา)กับเพื่อนในเฟส แล้วก็ทำการขอยืมเงินเพื่อเอามาใช้จ่ายด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเหยื่อเห็นว่าเป็นใครในเฟสบุ๊คก็ให้ไป โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยว่ายื่นเงินให้โจรแล้ว พอถึงคราวจะทวงกันถึงได้รู้ว่าโดนหลอก

การหลอกเข้าร่วมลงทุน

อีกแบบหนึ่งที่มีเยอะจนหน่วยงานของรัฐออกมาปรามเลยเงียบไปแล้ว นั่นคือการฉ้อโกงลักษณะชวนร่วมลงทุนไม่ว่าจะเป็นกองทุนนั่นนี่ กองทุนทอง ด้วยผลตอบแทนสูงจนผิดปกติ(ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปีเป็นต้น) ทีนี้คนเราเมื่อโดนความโลภเข้าครอบงำก็โอนเงินไป สุดท้ายเข้ามือโจร มารู้ตัวอีกทีก็สูญเงินไปแล้ว เคสเหล่านี้ทำให้การจะทำธุรกรรมออนไลน์อะไรต้องเช็กกันให้ดีจะได้ไม่พลาด

ระวังกลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์

banks_online_fraud

ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จากที่เรามีบัตรเอทีเอ็มที่เอาไว้กดเงินสดออกจากตู้ หรือมีบัตรเดบิต บัตรเครดิตสำหรับซื้อสินค้าและบริการแล้ว เราได้พัฒนาไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเตอร์เนตไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์แล้ว แต่ความสะดวกสบายนี่แหละเป็นช่องทางให้เกิดกลโกงอีกรูปแบบหนึ่งที่เราต้องระวัง

กลโกลจากการติดตั้งมัลแวร์

กลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์แบบแรกเป็นเรื่องของการหลอกล่อให้ติดตั้งมัลแวร์ ในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเกม คลิปวิดีโอ โปรแกรม หรืออีกมากมาย เมื่อเราหลงไปกดติดตั้ง (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็กดไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้) ทีนี้แหละการติดตั้งก็เหมือนกับเป็นการให้เค้ามาตั้งฐานทัพในการล้วงลับข้อมูลสำคัญของการทำธุรกรรมการเงินไม่ว่าจะเป็นชื่อ รหัสผ่าน หรือแม้แต่รหัส OTP ทีนี้ เราก็จะโดนล้วงข้อมูลเหล่านี้ไปโอนเงินได้อย่างสบายใจ รู้ตัวอีกทีก็มี SMS เข้ามาว่าเราถอนเงินออกไปหมดแล้ว (แถมตามไม่ได้ด้วยนะเงินแบบนี้) ทางแก้ที่เราขอแนะนำคือ อย่าโหลดโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นที่เราไม่แน่ใจโดยเด็ดขาด และเลือกใช้โปรแกรม แอพพลิเคชั่นที่มีความนิยมแล้วในระดับหนึ่งจะดีกว่า

กลโกงจากเว็บไซต์ปลอม

การสร้างเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ต้องบอกว่าทำได้ง่ายมาก ความง่ายเหล่านี้เองทำให้เป็นช่องโหว่ของเหล่ามิจฉาชีพที่จะสร้างเลียนแบบเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาแบบที่เราไม่รู้ตัว อย่างเช่น หากเราจะเข้าไปซื้อสินค้าในร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง บางครั้งเราก็ไม่ได้ทำเป็นลิงค์ประจำไว้ ก็กดชื่อร้านไปที่ช่องค้นหาในกูเกิ้ล พอเห็น URL ขึ้นมาก็กดเลย ไม่ได้ดูให้ถ้วนถี่เนื่องจากคาดไม่ถึงว่าจะเป็นเว็บไซต์ปลอม พอเข้าไปกรอกข้อมูลก็เรียบร้อยเสร็จพวกมิจฉาชีพเลย ยังไม่นับรวมถึง อีเมล์ปลอมที่ส่งมาหาเราอีกด้วย พวกนี้ทำได้เนียนมากทั้งชื่อ เนื้อหา เหมือนจนแยกออกได้ยากมาก แนะนำว่าหากไปซื้อของร้านไหนเป็นประจำควรกดให้เซฟลิงค์นั้นไว้เลยดีกว่า จะได้ไม่โดนหลอก

กลโกงจาก SMS

กลโกงจากการใช้ธนาคารออนไลน์แบบต่อไป อาจจะดูว่าเป็นเรื่องพื้นฐานแต่เชื่อเหอะว่ามีคนโดนโกงอย่างนี้จริงๆ นั่นคือกลโกงจาก SMS โดยการสุ่มข้อความ SMS ไปหาเหยื่อให้เหยื่อโทรกลับ หรือ ตอบกลับ ทีนี้เมื่อตอบกลับจะเป็นการตอบรับเพื่อซื้อบริการต่างๆ เช่นพวกข่าว ดารา และอีกมากมาย แน่นอนว่ากว่าลูกค้าจะรู้ตัวก็เสียเงินไปตามระเบียบ หรือบางครั้งก็จะต่อยอดมาเป็นการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงเงินเหมือนพวกแก็งค์คอลเซนเตอร์อีก จะเห็นว่าความสะดวกสบายบางทีก็เป็นโทษได้เหมือนกัน ดังนั้นจะใช้ธนาคารออนไลน์ เช็คก่อนด้วยนะว่า ปลอดภัยหรือเปล่า

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

risk_management_winder

การลงทุนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนวัยทำงาน วัยหนุ่มสาวเริ่มหันกลับมาสนใจกันมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าความต้องการเงินมีมากขึ้น นั่นทำให้การลงทุนในรูปแบบต่างๆเป็นที่นิยมกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น การซื้อประกัน การซื้อกองทุน การเล่นหุ้น ทองคำ และอีกมากมาย แต่หากเราไม่รู้จักความเสี่ยง อย่าคิดที่จะลงทุน

ความเสี่ยงคืออะไร

ความเสี่ยงคืออะไร ความหมายนี้หากจะนิยามก็คงมีหลากหลายมาก แต่เราขอนิยามคำนี้แบบสั้นๆว่า ความไม่แน่นอน ซึ่งความไม่แน่นอนตรงนี้แหละที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมและจัดการสถานการณ์อย่างถูกต้องถูกเวลามากที่สุด บางครั้งความเสี่ยงก็นำไปสู่ด้านบวก หรือด้านลบได้เหมือนกันซึ่งทุกความเสี่ยงส่งผลต่อการลงทุนทุกรูปแบบมากน้อยแตกต่างกันไป ว่าแต่มีความเสี่ยงในรูปแบบใดบ้าง

ความเสี่ยงจากการเมือง

ความเสี่ยงอย่างแรก เราขอยกให้กับสถานการณ์การเมืองที่ต้องบอกว่า ช่วงที่การเมืองไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้การลงทุนเกิดการหวั่นวิตกได้เหมือนกัน หากเราสังเกตุให้ดีประเทศไหนที่การเมืองนิ่งมากๆจะทำให้เศรษฐกิจดีไปด้วย เนื่องจากมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การเมืองเปลี่ยนบ่อยทำให้นักลงทุนไม่ไว้ใจสถานการณ์ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่นั่นเอง

ความเสี่ยงจากกฏหมาย

ความเสี่ยงตัวต่อไป เป็นสิ่งเราไม่สามารถควบคุมได้เลย นั่นคือเรื่องของกฏหมาย ที่บางครั้งมีการออกกฏหมายใหม่ หรือ ปรับปรุงข้อกฏหมายเดิม ก็ส่งผลต่อการลงทุนด้วยเหมือนกัน บางครั้งก็อาจจะทำให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น เป็นบวกแบบยาวๆ หรือบางครั้งก็ส่งผลให้เกิดการชะงักงันได้เหมือนกัน หากยังจำกันได้จากการถามทางเรื่องการเก็บภาษีคนขายของออนไลน์ ก็เล่นเอาสะดุ้งกันไปทั้งบางเลยทีเดียว

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ในประเทศ

สถานการณ์ในประเทศ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงที่เราอาจจะต้องเผชิญแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างเช่น ภัยธรรมชาติ หรือ การก่อการร้าย ที่แม้ว่าเราจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ว่ามองในแง่การลงทุนแล้วอาจจะเกิดผลลบได้แบบแดงทั้งกระดานหุ้น หรือ ราคาทองคำดิ่งลงแบบน่าตกใจเลยก็เคยมีเหมือนกัน นั่นทำให้เราหากคิดจะเป็นนักลงทุนแล้ว การติดตามข่าวสารอย่างแม่นยำ รวดเร็ว เพื่อประมวลผลในการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างประเทศ

วลีที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว น่าจะเหมาะที่สุด ความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างประเทศก็เป็นอย่างนั้น อย่างเช่น กรณี Brexit, กรณีแคว้นคาตาลันขอแยกตัว , การเปลี่ยนตัวหัวหน้าธนาคารกลางสหรัฐ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่มีผลต่อการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ซึ่งเราเองในฐานะนักลงทุนความเสี่ยงจากเรื่องเหล่านี้ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าจะทำอย่างไรจึงจะเอาตัวรอดในตลาดทุนไปได้

ข้อดีของการมีนายหน้าขายบ้าน

agent-sell-home-for-you

การเลือกตัวแทนที่ปรึกษาในการขายบ้าน

agent-sell-your-home

การเตรียมบ้านก่อนการขาย

Pre-sales-a-home

เคล็ดลับการซื้อบ้านให้ได้ดั่งใจ

buying_a_home_winder